วันนี้บุ๊งมาชวนไปกินเนื้อย่างแบบพรีเมียม สไตล์ Fine Dining Yakiniku

ซึ่งร้านนี้ขายเนื้อวัวแบล็ควากิว นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น

เนื้อแบล็ควากิวที่ร้านเลือกมาขายคือสายพันธุ์ คุโระเกะ (Kuroge) จากเมืองกุมะ


Ito-Kacho อิโต-คาโจ

Nihonmura Mall ชั้น 1

ซ. ทองหล่อ 13 กรุงเทพฯ

Tel. 0-2185-3338

www.tsubohachi-tha.com

Opening hours: 5 pm – midnight


รีวิวจัดเต็มอยู่ในคลิปค่ะ







ร้านอิโต-คาโจอยู่ชั้น 1 ของอาคารนิฮอนมูระมอลล์ ทองหล่อ

มีที่จอดรถอยู่ชั้นใต้ดิน

ภายในร้านตกแต่งด้วยสีนวล อบอุ่น (แต่แอร์เย็น)

มีห้องส่วนตัวให้นั่งกินด้วย  หากใครมาเป็นหมู่คณะ

ที่นี่มีเบียร์สดยี่ห้อเดียวคือยี่ห้อนี้นะคะ

Potato Salad (140 B)

อาหารทานเล่น เอาไว้เรียกน้ำย่อย หรือเอาไว้แก้เลี่ยนก็ได้นะ

เป็นมันฝรั่งบดกับแฮม ข้าวโพด แตงกวา เสิร์ฟแบบเย็น

Jo Gyu Tongue (480 B)

ลิ้นวัวซึ่งเป็นอาหารจาน starter สำหรับคนญี่ปุ่นก่อนที่จะกินเนื้อย่างจริงจัง

บุ๊งเองก็เพิ่งเคยกินลิ้นวัวครั้งแรก  ก่อนกินคิดว่ามันคงจะเหนียว

แต่จริง ๆ เปล่าเลยค่ะ  ส่วนลิ้นออกไปทางนุ่ม แต่มีอะไรให้เคี้ยว

เวลากินคือย่างแป๊บเดียวให้สุกแล้วก็ใส่ซอสเกลือที่จะเสิร์ฟมาพร้อมกัน

Matsu Set (3,580 B)

ชุดมัตสึเป็นชุดที่พรีเมียมที่สุดในร้าน  ประกอบด้วยเนื้อแบล็ควากิว 5 ชนิด

และเนื้อแบล็ควากิวหมักในโถ

ในจานนี้เป็นเนื้อ 5 ชนิด

ก่อนจะย่างก็มีการราดซอสกันก่อน

เรามาดูเนื้อวัววากิวทีละส่วนในเซ็ตนี้กันค่ะ

Kuroge Wagyu Rosu

เนื้อแบล็ควากิว โรสึ เป็นส่วนสันคอที่มีความนุ่มพิเศษ

เพราะมีไขมันแทรกอยู่เยอะ  สำหรับส่วนนี้จะมีการโรยเกลือและพริกไทยมาให้เรียบร้อย

เพื่อเพิ่มรสชาติให้กับเนื้อวัว

ส่วนตัวบุ๊งชอบกินส่วนนี้ที่สุดในจานเลยค่ะ เพราะมันนุ่มละลายในปากจริง ๆ นะ



Kuroge Wagyu Toku-Jo-Bara


โทคุโจบาระ  เนื้อซี่โครงส่วนปลาย หรือส่วนลิ้นปี่ซึ่งมีเพียง 20% ของวัวทั้งตัว

เนื้อส่วนนี้เป็น signature ของทางร้านเลยค่ะ  มีไขมันแทรกอยู่เยอะเช่นกัน ทำให้เนื้อมีความเบา

เนื้อสไลซ์มาเป็นแบบแผ่น ใช้เวลาย่างแป๊บเดียวนะคะ 2 วินาทีไรงี้




ส่วนนี้ดีงามสยามประเทศ  อร่อย หอม

Kuroge Wagyu Tomo-Bara

โทโมะบาระ เป็นเนื้อแดงส่วนหน้าอกถึงท้อง  ซึ่งจะมีไขมันแทรกอยู่เยอะ

เป็นส่วนที่มันที่สุด


Kuroge Wagyu Kainomi


เนื้อส่วนไคโนมิ เป็นเนื้อวัวส่วนสันหลัง อยู่บริเวณซี่โครงด้านขวา

ซึ่งได้รับความนิยมกันมากในหมู่คนไทย เนื้อมีความนุ่มมาก เห็นลายมั้ยคะ อิอิ



Kuroge Wagyu Naka-Bara

เนื้อนากะบาระ เป็นเนื้อแดงส่วนท้อง  ส่วนนี้มีไขมันน้อยที่สุด

ทำให้มีความเหนียวมากที่สุดในจานนี้  แต่คำว่าเหนียว ก็คือไม่ได้เหนียวมากนะคะ

คือมีอะไรให้เคี้ยว  ไม่นุ่มละลายในปากเหมือนส่วนที่มีไขมันเยอะนั่นเอง



Tsubozuke Kuroge Wagyu Tokesei Shoyudare


ทะสึโบซึเกะ  เนื้อวัวแบล็ควากิวหลายส่วนถูกนำมาหมักในซอสโชยุ

สูตรพิเศษของร้าน ใช้เวลาหมักอย่างน้อย 24 ชั่วโมง

เนื้อในโถหมักนี้มีความหอม และนุ่มมากกกกกกก

เพราะมีส่วนมันมากนั่นเอง


นี่ก็เป็นอีกจานนึงที่บุ๊งชอบมากเป็นพิเศษ อิอิ




Shima Cho Tokusei Misodare (300 B)

ไส้วัวที่ได้จากเนื้อวัวคัดเกรดของไทย  เนื่องจากส่วนนี้เป็นส่วนที่นำเข้ามาไม่ได้

ตัวไส้นำไปหมักกับซอสมิโซะ  เวลาย่างก็ย่างให้สุกหน่อย ใช้เวลาย่างมากหน่อย

ที่เห็นในตะแกรง จากซ้ายไปขวา

ลิ้นวัว – เนื้อแบล็ควากิวหมักในโถ – ไส้วัว

สำหรับลูกค้าที่มาทานเนื้อย่าง  ทางเชฟให้บริการผักฟรีค่ะ อยากกินอะไรก็หยิบได้เลย

ต่อมา เรามาดูเมนูที่ไม่ใช่เนื้อวัวกันบ้าง เริ่มจากอาหารทะเลกันก่อน

Kaisen Mori (1,280 B)

ชุดอาหารทะเลรวม  ในชุดนี้มีปลาหมึก กุ้ง หอยเชลล์ และขาปูทาระบะ

กุ้งและขาปูเรานำไปย่างในตะแกรงโดยตรงได้เลย  ส่วนหอยเชลล์กับปลาหมึก

ทางเชฟจะนำไปหั่นเป็นชิ้น และใส่ถาดฟอยล์

ราดด้วยซุปปลาคัตสึโอะหรือปลาแห้งญี่ปุ่น ใส่มิริน ปิดฝาฟอยล์

เวลาเราย่างก็นำทั้งฟอยล์วางไว้บนตะแกรง (ปิดฝา) ประมาณ 5 นาที

Tsubozuke Buta Kata Rosu Tokusei Misodare (380 B)

ทางเลือกสำหรับคนไม่ทานเนื้อวัว  ที่นี่มีเมนูหมูและไก่ด้วยนะคะ

ในรูปนี้เป็นเนื้อหมูสันคอ ที่มีมันค่อนข้างเยอะ นำไปหมักกับซอสมิโซะสูตรอิโต-คาโจ

และงาขาว  หมักข้ามคืนก็จะได้เนื้อหมูที่นุ่มและมีรสชาติ

บุ๊งเองกินแล้ว เนื้อหมูนุ่มมากค่ะ แต่ก็ไม่นุ่มเท่าเนื้อแบล็ควากิวนะคะ

คือต้องมีเคี้ยวกันหน่อย

หลังจากกินด้านบนหมด แอบติดใจเมนู เนื้อแบล็ควากิว โรสึ

เลยสั่งแบบจานเดียวมากินอีกนะคะ อิอิ

อร่อยง่าาาา จานนี้ราคา 1,380 baht

Kuroge Wagyu Rosu Yaki Shabu (1,080 B)

เนื้อวัวแบล็ควากิวส่วนสันคอก็คือส่วนเดียวกันกับโรสึด้านบน

แต่จานนี้เป็นการหั่นสไลซ์แบบชาบู แต่ไม่บาง

มีความนุ่มละลายในปาก โอ๊ย อยากจะกรี๊ซ

ดูลายจิ สวยยยยยยยยย

แบล็ควากิว ซาซามิ

เนื้อส่วนหน้าท้อง  มีเนื้อแดงเยอะหน่อย แต่ก็มีไขมันแทรกเยอะ

เลยทำให้เนื้อนิ่ม มีอะไรให้เคี้ยวมากกว่าโรสึ หรือส่วนสันคอ

Stone Ice Cream (190 B)

ไอศกรีมวนิลาและราสพเบอร์รี่ซอร์เบทเสิร์ฟมาในชามหินแบบเย็น

ในชามนี้มีชีสเค้กที่ทางร้านทำเอง วิปครีมสด และสตรอเบอร์รี่สด

เวลาจะกินก็ผัด ๆ ให้เข้ากันในชามหินนี่เลยค่ะ

เป็นการปิดท้ายมื้ออาหารที่ดีงาม สดชื่น

อิอิ สองคนนี้ ตัวกินเนื้อ!!!

แย่งกันกิน เมามันส์มาก พูดเลย

ขอบคุณที่ติดตามค่ะ

Leave a Reply

Your email address will not be published.