Bangkok Gourmet Festival 2017 เป็น

งานเทศกาลอาหารที่รวมร้านอาหารระดับ fine dining ไว้ในงานเดียว

งานแบบนี้ไม่มีจัดขึ้นบ่อยนัก  บุ๊งเองมีโอกาสได้ไปเดินดูภายในงาน

ก็เลยเก็บภาพบรรยากาศมาฝากกัน

Bangkok Gourmet Festival 2017

Royal Paragon Hall

5th Fl., Siam Paragon

Pathumwan, Bangkok

http://www.bangkokgourmetfestival.com

3 – 5 March 2017

10 am – 10 pm

บัตรเข้างาน ราคา 200 baht สามารถใช้จ่ายในงานได้มูลค่า 200 baht

คือสามารถนำเอาบัตรนี้ไปซื้ออาหารในงานได้เลย

คอนเซ็ปต์ของงาน Bangkok Gourmet Festival 2017 คือ การนำเสนออาหารชั้นนำ

ระดับห้าดาว หรืออาหารส่วนใหญ่เป็นแบบไฟน์ไดนิ่งทั้งอาหารไทย และอาหารนานาชาติ

มีทั้งญี่ปุ่น ฝรั่งเศส อิตาเลียน อินเดีย และอื่น ๆ  เสิร์ฟในลักษณะ bite size หรือแบบพอดีคำ

ออกแนวอาหาร portion เล็ก ๆ ที่เสิร์ฟในงานปาร์ตี้ค็อกเทล

 

แขกที่มาเข้าชมงานสามารถเลือกซื้ออาหารที่สนใจได้ในราคาสำหรับ portion คำเดียว

คือหากเราไปที่ร้านอาหารที่มาแสดงในงานแยกร้านกัน เราก็จะต้องเสียเงิน

เพื่อทานอาหารใน portion ปกติที่ราคาค่อนข้างสูง (มาก)

แบบนี้ข้อดีคือ ได้กินหลายอย่างในวันเดียวกัน มีความหลากหลาย

ยังไงก็ตาม บุ๊งต้องขอบอกว่าราคาสำหรับขนาด bite size ก็ยังถือว่าค่อนข้างสูง

เนื่องด้วยอาหารที่เสิร์ฟ เป็นอาหารจากร้านอาหารชั้นนำ ซึ่งราคาสูงมากเป็นปกติอยู่แล้ว

สิ่งที่ทำให้บุ๊งกรี๊ดที่สุดสำหรับงานนี้คือ มีเชฟชื่อดัง ระดับมิชลิน 3 ดาว

ที่บินตรงมาร่วมงานที่เมืองไทยโดยเฉพาะอย่าง

  • เชฟ Curtis Duffy จากร้าน Grace เมือง Chicago ประเทศสหรัฐอเมริกา 
  • เชฟ Alvin Leung เจ้าของฉายา Demon Chef จากร้าน Bo Innovation ประเทศฮ่องกง

 

นอกจากเชฟสองท่านนี้แล้วก็ยังมีเชฟที่มีชื่อเสียงที่เป็นที่ยอมรับจากหลากหลายประเทศ

มาร่วมงานครั้งนี้ด้วย  ซึ่งบุ๊งเองตามไปเก็บภาพ ถ่ายรูปคู่กับเชฟหลายท่านเลย ดีใจมาก อิอิ

งานนี้จัดแค่ 3 วัน  บุ๊งไปงานวันแรกเลยค่ะ  เหตุผลเพียงแค่จะไปให้ได้พบกับเชฟ Curtis Duffy นั่นเอง

 

 

คนนี้ไง กรี๊ซมว๊ากกกก Chef Curtis Duffy น่ารักกกก

 

 
 
มันคือความสุขของบุ๊งอย่างนึงเลยนะคะ ได้เก็บภาพถ่ายคู่กับเชฟไว้ อิอิ มีเพียบ
 
 

ภายในงานวันที่ 3 มีนาคม 2560 มีโชว์การทำอาหารของเชฟมิชลิน 3 ดาว ทั้งสองท่านบนเวที

ซึ่งบุ๊งเองก็ไปนั่งติดหน้าเวทีเลยค่ะ  มาดูความโชคดีของบุ๊งกัน ได้ชิมอาหารฝีมือเชฟทั้ง 2 คนเลยน้า

 

คนแรกที่ขึ้นไปโชว์คือ Chef Alvin Leung หรือ Demon Chef จาก

ร้าน Bo Innovation, Hong Kong

เชฟ Alvin มาแสดงวิธีการทำเมนูขนมหวานที่มีส่วนประกอบหลายอย่างมากกกก

แต่ทุกอย่างที่เชฟนำมาใช้ทำเป็นผักซะส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น แครอท มะกรูด ข้าวโพด

ผักบุ้ง และมะเขือพวง  ถูกต้องแล้วค่ะ เอาผักบุ้งกับมะเขือพวงมาทำขนมหวานแหละ ขอบอก

เมนูนี้เชฟตั้งชื่อว่า Dessert for The King

 

บุ๊งมีโอกาสได้ชิมเมนูนี้ด้วย มีความกรี๊ดสูงมาก เย้ ๆ ๆ ๆ 

 
 

 

 
 
 

ถัดมาเป็นโชว์การทำอาหารฝีมือ Chef Curtis Duffy จากร้าน Grace, Chicago, USA

ซึ่งเชฟก็ใช้ส่วนผสมในการทำอาหารหลายอย่างมากกกกก เพียงแต่เชฟเตรียมมาล่วงหน้า

มาถึงก็ประกอบขึ้นมาเป็นเมนูที่ถ้าเราทำเองคงใช้เวลาเป็นวันกันเลย

 

เมนูที่เชฟทำคือ ปลาฮามาจิ ส่วนประกอบหลักที่อยู่ในจานนี้คือ มะพร้าว

โดยเชฟบอกว่าเวลาทำอาหาร เชฟชอบใช้ทุกส่วนของวัตถุดิบมาปรุงอาหารให้มากที่สุด

เท่าที่จะทำได้  ดังนั้นเมนูนี้จึงมีกลิ่นอายของมะพร้าวอยู่เยอะ

 
 

 

 

และแน่นอนค่าาาา บุ๊งมีโอกาสได้ชิมฝีมือทำอาหารของเชฟ Curtis ด้วย เย้ ๆ

 

หลังจากจบการโชว์ทำอาหาร  เราก็ไปเดินรอบ ๆ งานกันว่ามีอะไรให้กินบ้าง

เดี๋ยวเอาภาพอาหาร ขนม เครื่องดื่มที่บุ๊งได้ชิมในงานมาให้ชมกันนะคะ

 

มาดูร้านแรกกันเลย

 

J’AIME by Jean-Michel Lorain
U Sathorn Bangkok

 

คนนี้คือเชฟ Amerigo Sesti เป็น Head Chef ของที่ร้าน

ซึ่งในงานนี้มีมาให้เราเลือกกินหลายเมนู แต่ที่บุ๊งสั่งมาชิมคือ Thai-French Kiss

เมนูฟัวกราส์ ตับห่านบดละเอียดทำเป็นกานาช เคลือบด้วยอัลมอนด์และผลฟักข้าว

ทานแบบเย็น ๆ กินเข้าไปคำเดียวเลย กลิ่นฟัวกราส์หอมฟุ้งอยู่ในปาก

 
 

 

 

 
La Scala
The Sukhothai Bangkok
 

จริง ๆ ทางโรงแรมสุโขทัยมีนำอาหารมาจากร้านอาหารไทย Celadon มาเสิร์ฟในงานนี้ด้วย

ซึ่งเมนูที่บุ๊งได้ชิมคือ หมกปลาหิมะ ที่รสชาติจัดจ้าน  มีเมนูนี้แหละที่ไม่ได้เสิร์ฟแบบ bite-size

มาเป็นจานกันเลย  อิอิ (เราชอบ)  ปลาหิมะรสจัดและเผ็ด  แบบที่บุ๊งกินแล้วซี๊ด

 
 

อีกเมนูที่ได้ชิมคืออาหารอิตาเลียนขื่อว่า Polipo E Patata จากห้องอาหาร La Scala

ซึ่งทางโรงแรมบอกว่าเมนูนี้เป็นเมนูขึ้นชื่น แนะนำว่าให้ลองชิมดู

ที่เราเป็นอยู่คือมันฝรั่งทั้งลูกทั้งเปลือก ที่เชฟคว้านเอาเนื้อด้านในออกเพื่อไปทำเป็นมูส

ส่วนตัวมันฝรั่งเอาไปต้มจนสุกแล้วก่อนเสิร์ฟก็นำไปทอดเพื่อให้ได้เปลือกที่กรอบ

จานนี้มีปลาหมึกยักษ์หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ มาด้วย  ก่อนเสิร์ฟก็บีบมูสมันฝรั่งเข้าไป

ตอนที่หั่นไปครั้งแรกมีมูสไหลออกมาด้วย  เวลากินควรจะกินให้ครบทุกอย่างในคำเดียว

โดยเฉพาะ “มัสตาร์ด” ที่ทำให้เมนูนี้ไม่จืดชืด และดึงรสของปลาหมึกยักษ์กับมันฝรั่งให้เด่นได้ดีเลย

 

สปาเก็ตตี้แอนโชวี่ (ของคนอื่น) แอบขอถ่ายรูปมาเฉย ๆ ไม่ได้ลองชิมค่ะ

 

คั่นรายการที่เครื่องดื่มกันบ้าง  บุ๊งจัด น้ำแร่แบบ sparkling มาดื่ม เพิ่มความสดชื่น

 
 

นอกจากนี้ก็ยังมี แม่โขงไทยสบาย เปรี้ยวหวาน สดชื่นเช่นกัน

 

Upstairs at Mikkeller

Ekamai, Bangkok
 

คนนี้คือเชฟ Dan Bark เคยเป็น sous-chef ของเชฟ Curtis Duffy มาก่อน

ตอนนี้มาเปิดร้านอาหารชื่อ Upstairs ที่อยู่ชั้นบนของร้าน Mikkeller เอกมัย

เมนูอาหารที่นำมาเสิร์ฟมี 3 อย่าง  แต่ละอย่างเป็นอาหารเรียกน้ำย่อย

ที่มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง


 
 

 

 

 

 
 
 
Below Eleven
 

ไอศกรีมพรีเมียม ที่ใช้วัตถุดิบอย่างดีเป็นส่วนผสม  ตอนนี้มีรสชาติใหม่ออกมาให้ลอง

เป็นช็อคโกแลตซึ่งทางร้านใช้ยี่ห้อ Valrhona เลยทีเดียว  บุ๊งไม่ได้ลองชิมค่ะ

แต่เลือกกินรส Salted Caramel ที่มีความหอม เค็ม มัน และรส Vanilla ที่ใช้

วนิลาของ Tahiti มาทำไอศกรีม  ส่วนตัวชอบรสวนิลามากกกกก หอมมากเลย ขอบอก

 
 
 

 

 

Indus

Sukhumvit 26, Bangkok
 

ร้านอาหารอินเดียที่นำเอาอาหารอินเดียจากหลายจังหวัด หลายแคว้นมาเสิร์ฟ

โดยใช้วิธีการปรุงอาหารแบบดั้งเดิม  อาหารแต่ละเมนูมีที่มา และขั้นตอนการทำที่หลากหลาย

บุ๊งได้ชิมเมนูข้าวหมกไก่  ซึ่งกว่าจะได้มาซึ่งข้าวถ้วยนี้ เห็นว่าต้องทำการหลายชั่วโมงเลย

 

 

 

 

 

 

The Reflexions
Plaza Athenee, Bangkok
 

มีทั้งหมด 3 เมนูให้เลือกชิม  ที่บุ๊งได้กินคือเมนูที่เสิร์ฟในเปลือกไข่

ทำจากไข่แดงนำมาทำเป็นมูส  ด้านล่างเป็นเนื้ออกไก่ผัดจนสุกแล้วท็อปด้วยมูสไข่แดงอีกรอบ

เสิร์ฟอุ่น ๆ อร่อยดีค่ะ  ส่วน Duck Liver Lollypop Coated เป็นตับเป็ดบด

เคลือบแล้วโรยด้วยผงบีทรูทกับถั่วพิสตาชิโออีกรอบ

 

อีกหนึ่งเมนูเป็นขนมหวานซึ่งทำจากช็อคโกแลต บุ๊งไม่ได้ชิม แต่ถ่ายรูปมาให้ชมกัน

 

 

 
 

 

 

 

Osha

Wireless Road, Bangkok
 

คนนี้คือเชฟ ปู บุ๊งได้เจอเชฟหลายครั้งแล้ว  เชฟเป็นคนที่ปรุงอาหารไทย

แบบสมัยใหม่ จัดจานได้สวยงาม ผลักดันอาหารไทยสู่สากล แต่ก็ไม่ลืมรสชาติดั้งเดิมของอาหารไทย

อย่างเมนูที่บุ๊งได้ชิมคือ หอยนางรมสด ในซอสรสจัด เปรี้ยวนำ เค็มตาม

ด้านบนเป็นโฟม ท็อปด้วยกระเทียมเจียว

 

 

Savelberg
 

คนนี้คือเชฟ Jarno ผู้ซึ่งมาอยู่เมืองไทยได้ไม่นาน  มาแบบสดมากกก

ประมาณ 2 สัปดาห์เท่านั้นเอง  เมนูที่บุ๊งได้ชิมคือ Scallops เป็นหอยเชลล์ย่าง

กับมะเขือเทศ สับปะรดและมีวัตถุดิบอื่น ๆ ในจานหลายอย่าง

ซึ่งเวลากินพร้อมกันแล้วเข้ากันดี แต่ถ้ากินแยกกันก็จะรสชาติจาง ๆ หน่อยค่ะ

 

 

 

นี่คือทั้งหมดที่บุ๊งได้ชิมกันในงาน  จริง ๆ แล้วยังมีอีกหลายร้านแต่บุ๊งไม่ได้ชิมจนครบค่ะ

งานจัดแค่ 3 วันคือ 3 – 5 มีนาคม 2017 นี้เท่านั้น  ใครอยากลองชิมอาหารแปลก ๆ ใหม่ ๆ ไม่ควรพลาดค่ะ

 
 
ขอบคุณที่ติดตามค่ะ
 
 
 
 

Leave a Reply

Your email address will not be published.