ทริปนี้บุ๊งพาสำรวจ ที่เที่ยว ปีนัง มาเลเซีย วันแรกเดินเล่น George Town เมืองมรดกโลก ของ UNESCO บอกได้เลยว่า Penang เป็นเมืองที่มีความ contrast ในตัวเอง เป็นแหล่งรวมวัฒนธรรมหลากหลายแบบไว้ในที่เดียว  นอกจากสถานที่เที่ยวแล้ว  ปีนัง ยังมีชื่อเสียงเรื่อง street food และ cafe ที่น่าสนใจหลายแห่ง

ขอบคุณ AirAsia และ การท่องเที่ยวมาเลเซีย (Tourism Malaysia) สำหรับทริปสนุกสนานทริปนี้ด้วยนะคะ

การเดินทาง

บุ๊งบินไปปีนังกับ AirAsia ไฟลท์ FD403 ออกจากดอนเมืองประมาณ 10.50 น. ไปถึงปีนังตอน 13.30 น. เวลามาเลเซีย ซึ่งจะเร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง  เท่ากับว่าไปถึงมีเวลาเที่ยวช่วงบ่ายถึงกลางคืน  ไฟลท์นี้ได้ที่นั่ง 1A แถวแรก ที่นั่งแรกบนเครื่อง เป็นครั้งแรกของบุ๊งอีกต่างหาก  ขอบอกว่าแถวหน้าสุดมีที่วางขาเยอะดีมากมาย 555 อันนี้ชอบจริงจัง  คือปกติเวลาขึ้นเครื่องบินบุ๊งจะขอที่นั่ง aisle seat หรือที่นั่งติดทางเดิน เพราะแอบเข้าห้องน้ำบ่อย  แต่ถ้าให้เลือก  ก็ชอบนั่งแถวหน้าสุดมากกว่า พื้นที่กว้างกว่าเยอะ แต่จะไม่สามารถวางกระเป๋าไว้ใต้ที่นั่งด้านหน้าไม่ได้ เพราะไม่มีที่นั่งด้านหน้าให้วาง อิอิ  ต้องวางกระเป๋า carry on ที่วางด้านบนศีรษะเท่านั้น

อาหารบนเครื่องบินไทยแอร์เอเซีย ขาไปสั่งเป็น ข้าวกะเพราไก่หม่อมหน่อย  เมนูนี้ไม่เคยพลาด  แล้วก็มีข้าวเหนียวมะม่วงด้วย  แต่ข้าวเหนียวไม่มีกะทิ  เค้าให้มาเป็นน้ำตาลปลาแห้งแทน ซึ่งดีอะ บุ๊งชอบมากกว่ากะทิซะอีก  จริง ๆ มีอาหารที่อยากกินอีกตั้งหลายเมนู  แต่เวลาบินประมาณชั่วโมงกว่าเกือบ 2 ชั่วโมง กินแค่นี้พอ


Penang, Malaysia

เมื่อ landing ที่ปีนังประมาณ 13.30 น.  ผ่านตรวจคนเข้าเมืองใช้เวลาไม่นานมากนัก  ช่วงระหว่างออกมารับกระเป๋า จะมีเคานเตอร์ขาย sim card ทั้งก่อนและหลัง ตม. ซึ่งราคาก็อยู่ประมาณ 23-25 RM  ตอนแรกกะว่าจะซื้อซิมที่สนามบินแต่คนเยอะ ก็เลยนั่งรถเข้ามาในเมืองก่อน แล้วมาซื้อซิมตามร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-11 หรือ 24 Xpress  แต่….การจะซื้อ sim card มาใช้  เราต้องใช้ passport เพื่อลงทะเบียน 1 เล่มได้ 1 ซิม  แล้วค่อยซื้อเน็ทเติมเข้าไปในซิมอีกที  ค่อนข้างยุ่งยากเหมือนกัน ณ จุดนี้  ครั้งหน้าซื้อ sim2fly ไปน่าจะดี อิอิ

การท่องเที่ยวมาเลเซียมีทำแผนที่สำหรับนักท่องเที่ยวไทยที่ไปเที่ยวปีนังแบบละเอียด  คือมีบอกหมดว่า สถานท่ี่ที่ไหนห้ามพลาด ควรไปเดินจุดไหน ยังไง เดินทางอย่างไร มีอาหารอะไรให้กินบ้าง  ทั้งหมดทำเป็นภาษาไทย ดีงามสุด ๆ

ปีนังเป็นเมืองที่มีวัด โบสถ์ มัสยิด หรือศาสนสถานหลากหลายมาก  เดินไปแป๊บ ๆ เจอ วัดจีน พระพุทธรูป ศาลเจ้า เทพเจ้าของจีน  เดินไปอีกนิดเจอมัสยิด  มีพระศิวะให้เราสักการะบูชา

George Town เมืองหลักของปีนังได้รับเลือกให้เป็น World Heritage Site (WHS) หรือ เมืองมรดกโลกของ UNESCO ที่ซึ่งผสมผสานอารยธรรมตะวันตกและตะวันออกในเมืองเดียว  เวลาเดินเที่ยว  บางทีมองไปทางซ้ายเจอวัฒนธรรมแบบจีน  หันไปทางขวาเจอสถาปัตยกรรมสไตล์ตะวันตก เช่น บ้านอังกฤษที่สร้างมาตั้งแต่สมัยปีนังเป็นอาณานิคมของอังกฤษ  อย่างนี้เป็นต้น

Street art มีให้เห็นอยู่ทั่วไปตามกำแพง  ทั้งแบบภาพวาดบนฝาผนัง  หรือเหล็กดัดเป็นรูปร่างต่าง ๆ  ตอนไปเที่ยวนี่เดินถ่ายรูปเพลินเลยแหละ ขอบอก

Boy on chair เป็นจุดที่มีคนไปถ่ายรูปกันเยอะมาก  บุ๊งเองเห็นแล้วยังอดไม่ได้ที่จะวิ่งเข้าไปประคอง เอ๊ยยย ขอถ่ายรูปสัก 2-3 แชะ

บางรูปมีการต่อยอดด้วยการเอาจักรยานหรือมอเตอร์ไซค์มาจอดล็อคไว้เพื่อให้คนถ่ายรูปก็มี  และจุดไหนที่ popular มาก ๆ ก็ต้องต่อคิวถ่ายรูปกันเลย

รูปที่ถ่ายมาให้ดูนี่คืออยู่คนละที่กัน  แต่สามารถเดินถึงกันได้  ไม่ไกลมาก

Pinang Peranakan Mansion เพอรานากันแมนชัน  หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า Baba Nyonya (บาบ๋า ยาหยา) ซึ่งคือชื่อเรียกคนจีนที่เกิดในมลายู  สามารถเรียกได้อีกอย่างว่า Peranakan  หากใครอยากวัฒนธรรม มรดกตกทอดของคนเพอรานากันสมัยก่อน  สามารถมาเยียมชมที่ Pinang Peranakan Mansion แห่งนี้ได้  เจ้าของเปิดเป็น museum ให้คนนอกเข้ามาชม  บ้านหลังนี้มีขนาดใหญ่มาก  และด้านในตกแต่งสวยงาม เต็มไปด้วยของสะสม ของเก่า ของโบราณ

เห็นเตียงนี้แล้วคิดถึง หนังจีนกำลังภายใน สมัยก่อน แบบแนว ที่บรรทมของฮ่องเต้ ไรแบบนี้


กินลมชมวิว เดินเล่นตามถนน

ระหว่างเดินอยู่ตามถนน  ได้กลิ่นขนมลอยมาเตะจมูก  เห็นเค้ากำลังทำแผ่นแป้งอันนี้  พอพับเสร็จ  พักให้เย็นก็จะกรอบมากมาย  มีทั้งแบบมีไส้ แล้วก็ไม่มีไส้  ที่ร้านเค้าให้ชิมด้วยแหละ  บุ๊งชิมอันที่ไม่มีไส้ ก็เป็นแป้งบางกรอบ หวานไม่มากนัก  ก็เคี้ยวเพลิน ๆ ได้

Chew Jetty ท่าเรือ Chew  อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวของปีนังคือ jetty หรือท่าเรือ  ซึ่งที่นี่มีหลายท่าเรือมาก  จริง ๆ ก็คือชุมชนที่อยู่อาศัยของคนที่อยู่ริมทะเล  เค้าเปิดให้คนนอกเข้าไปเดินเที่ยวได้  ด้านในมีร้านขายของที่ระลึก ของกิน ของจุ๊กจิ๊กหลายอย่าง

เดินเข้าไปใน Chew Jetty ตลอดทางมีร้านค้ามากมาย แล้วไปเจอร้านบะหมี่ชามยักษ์  คือตัวชามอะใหญ่มาก  หนักประมาณ 5 kg อันนี้คือน้ำหนักชามอย่างเดียว  ส่วนบะหมี่ก็แล้วแต่เราเลือกว่าจะกินน้ำหนักเท่าไหร่ มีหลายราคา  ตอนแรกก็กะว่าจะนั่งกิน แต่ดูเวลาแล้วไม่ทัน ก็เลยแห้วไปโดยปริยาย

ถึงแม้เราจะไม่ได้กินบะหมี่  แต่เราได้กินไอศกรีมทุเรียน!!!  ที่ปีนังมีทุเรียนขายอยู่เต็มไปหมด ทั้งแบบทุเรียนสดที่เป็นผลไม้ลูก ๆ และแบบดัดแปลงแล้ว เป็นขนมประเภทต่าง ๆ และแน่นอนว่ามีไอติมทุเรียนด้วย  ซึ่งก็มีหลายแบบอีก เช่น แบบแท่ง แบบตักเป็นลูก และแบบ soft serve  บุ๊งเห็นร้านนี้แล้วพุ่งตรงเข้าไปเลย  ราคาโคนละ 6 RM อร่อยมากกกก ด้วยความที่เดินมาตลอดทางอากาศร้อน  ได้กินไอศกรีมแล้วชื่นใจสุด ๆ  กลิ่นทุเรียนหอมชัดเจน เข้มข้นมากมาย อร่อย ๆ

Accommodation โรงแรม ที่พัก ในปีนัง

บุ๊งพักที่โรงแรม Hotel NEO+ Penang ซึ่ง location ดีมาก  ใกล้โรงแรมเป็น mall ส่วนตรงข้ามมีทั้งร้านอาหาร ตลาด บาร์ แบบเดินแป๊บเดียวถึง  โรงแรมเป็นระดับ 4 ดาว  แต่ห้องพักใหญ่ สะอาด และบริการใช้ได้เลยทีเดียว  เอารูปห้องพักมาฝากด้วยค่ะ  ทริปนี้นอนคนเดียว ฟินขั้นสุด

Amenities มีให้พร้อม ครบทุกอย่าง


วิวจากห้องพักชั้น 19


ทริปปีนัง ยังไม่หมดแค่นี้  ยังมีสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร cafe และอะไรอีกมากมาย  พบกันเอ็นทรีถัดไปค่ะ

Until next time…

Leave a Reply

Your email address will not be published.