Le Petit Chef ครั้งแรกในประเทศไทย ณ Embassy Room, Park Hyatt Bangkok  กับการนั่งกินไป ดูเชฟตัวจิ๋วปรุงอาหารบนโต๊ะไปด้วย  บุ๊งรับรองว่าเป็นประสบการณ์การทานอาหารที่ไม่เหมือนใครแน่นอน ไปดูกันที่คลิปด้านล่างได้เลยค่ะว่าบุ๊งหมายถึงอะไร

Embassy Room

Park Hyatt Bangkok

88 (Central Embassy), Wireless Road,

Lumpini, Patumwan, Bangkok

Tel. 0-2012-1234

https://www.facebook.com/ParkHyattBangkok/

Le Petit Chef (เลอ เปอติต์ เชฟ) คือเชฟตัวจิ๋ว ที่มาในรูปแบบของ 3D animation เชฟจะมาเล่าเรื่องราวการเดินทาง พาเราท่องเที่ยว และโชว์การปรุงอาหารแบบน่ารัก ๆ บนโต๊ะอาหาร  Concept ของ เลอ เปอติต์ เชฟ ถูกสร้างขึ้นในสตูดิโอของ artists ชาวเบลเยี่ยมที่ก่อตั้งโดย Fillip Sterckx และ Antoon Verbeeck

Le Petit Chef by Embassy Room x Dinnertime Stories

อาหารมีทั้งหมด 5 คอร์ส โดย Chef de Cuisine Pierre Tavernier

จองโต๊ะ https://lepetitchef.asia/park-hyatt-bangkok

จัดเพียง 4 เดือน ตั้งแต่วันที่ 27 Mar – 31 July 2019 เท่านั้น  โดยมีเฉพาะมื้อเย็น

Sunday – Wednesday มีวันละ 1 รอบ เวลา 7 pm

Thursday – Saturday มีวันละ 2 รอบ เวลา 7 pm และ 9.30 pm

Price:

Journey A ราคา 3,299++ บาทต่อท่าน เฉพาะรับประทานอาหาร

Journey B ราคา 3,999++ บาทต่อท่าน เฉพาะรับประทานอาหาร (คอร์สที่บุ๊งได้ชิมคืนนี้)

หากจับคู่อาหารกับไวน์ เพิ่ม 1,199++ บาทต่อท่าน

หากจับคู่อาหารกับแชมเปญและไวน์ เพิ่ม 1,599++ บาทต่อท่าน

The Silk Road

Le Petit Chef เป็นเรื่องราวการเดินทางเส้นทางสายไหม (Silk Road) ตามรอยเท้าของ Marco Polo ตั้งแต่ Marseilles (มาร์กเซย) จนถึงอราเบีย อินเดีย เทือกเขาหิมาลัย จนถึงประเทศจีน  ซึ่งพอเดินเข้าไปนั่งในห้องที่จัดเตรียมไว้  จะมีโต๊ะยาว 2 โต๊ะ  แต่ละคนจะมีที่นั่งของตนเอง และบนโต๊ะที่นั่งก็จะมีสมุดเล่มหนาที่ปกเขียนว่า Dinner Time Stories  แต่เปิดมาเป็นกระดาษเปล่า

พอเริ่มโชว์ปุ๊บ  เชฟตัวจิ๋วจะปรากฏอยู่บนหนังสือที่อยู่ด้านหน้าแต่ละคน  คือต่างคนต่างดูที่หนังสือของตัวเอง  เชฟโผล่มาแบบ 3D ทั้งภาพ effects แอนิเมชั่นต่าง ๆ สวยงาม สีสันสดใส น่ารักมากกกกก  อันดับแรก Le Petit Chef ก็ออกมาเล่าเรื่องราวการเดินทางตามรอย the Silk Road ก่อน  เริ่มต้นจาก Marseilles ประเทศฝรั่งเศส  พอจบหน้านึงก็พลิกกระดาษ  ตอนพลิกหน้าคือเหมือนจริงมาก

คอนเซ็ปต์ก็คือ เมื่อไปถึงประเทศนึง ก็จะมีอาหารของประเทศนั้นมาเสิร์ฟ  จานแรกคือ Amuse Bouche เป็นเหมือนอาหารเรียกน้ำย่อยแต่มาแบบ bite-sized  ซึ่งจานนี้เป็นอาหารฝรั่งเศส มี 2 คำ

Amuse Bouche (French)

Black truffle & celeriac gougère, aged Comte cheese  แป้งชูวส์สอดไส้ด้วยชีสคอมเตและเห็ดทรัฟเฟิลดำ  ชิ้นนี้รสชาติดี เข้มข้น หอมเห็ดทรัฟเฟิล บุ๊งชอบค่ะ

 Duck foie gras & ginger bread, quince paste คือชิ้นสี่เหลี่ยมที่เห็นในจาน  เป็นตับเป็ดสลับชั้นกับขนมปังขิงและด้านบนมีเพสท์ทำจากควินซ์ ซึ่งเป็นผลไม้ชนิดหนึ่งคล้ายลูกแพร์

 เมื่อทุกคนกินจานแรกหมด ก็ถึงเวลาเดินทางกันต่อ คราวนี้ไปที่ Arabia

Arabia

อาหารอาหรับ มีทั้งหมด 3 อย่าง คือเนื้อแกะ กุ้ง และผัก

Lamb skewers, cumin & bulgur, labneh & garlic เคบับเนื้อแกะปรุงรส เสียบไม้และนำไปย่าง เสิร์ฟพร้อม bulgur หรือบัลเกอร์ หรือธัญพืชชนิดหนึ่ง ลักษณะคล้าน cous cous กินกับ labneh หรือ sour cheese รสเปรี้ยวนำ แต่กลมกล่อม  เคบับแกะหมักมากำลังดี กลิ่นหอม

Grilled prawns, fattoush salad, sumac  กุ้งย่างแกะเปลือก หัว หางออกเรียบร้อย เนื้อกุ้ง สด แน่น กรอบ อร่อยมาก เสิร์ฟพร้อมกับสลัดผักหั่นชิ้นเต่าเล็ก ๆ และน้ำสลัดใสออกรสเปรี้ยวนำ จานนี้สดชื่น อร่อย

Smoked Eggplant, herbs, and pomegranate  จานนี้บุ๊งชอบมาก เป็นมะเขือยาวนำไปย่าง บด ปรุงรสชาติเข้มข้น จัดจ้าน ใส่สมุนไพรและทับทิมสด

ต่อจาก Arabia เชฟพาเราเดินทางไปยังประเทศอินเดีย

India

อาหารอินเดียมี 3 อย่างเช่นกัน คือ หอยเชลล์, ไก่ และผัก

อาหารอินเดียเสิร์ฟพร้อมแป้งนานร้อน ๆ

Red lentil soup, onion & lemon ซุปถั่วเลนทิลบด เชฟปรุงรสมาอร่อยมาก ออกเปรี้ยวนิด ๆ จากเลมอน

Scallops & cauliflower, Oscietra caviar & Madras curry  จานนี้เป็นหนึ่งในจานที่บุ๊งชอบที่สุด  โดยเฉพาะส่วนแกงเผ็ด madras ที่อยู่ด้านล่างหอยเชลล์  รสชาติจัดจ้าน เปรี้ยวนำ อร่อยมาก ๆ ที่อยู่ด้านบนหอยเชลล์คือไข่ปลาคาร์เวียร์

Butter chicken, naans & coriander  แกงบัทเทอร์ไก่  แกงยอดฮิตที่สุดในบรรดาอาหารอินเดีย  ในหมู่คนต่างชาติ  รสชาติค่อนไปทาง mild ไม่เผ็ด แต่หอม นวล หวานนิด ๆ

ต่อจากอินเดีย เราจะไปแวะแถวเทือกเขาหิมาลัย

Sorbet  (Himalayan)

ก่อนจะไปถึงอาหารจานหลัก  เชฟให้เราล้างปากด้วยไอศกรีมซอร์เบท

Pineapple and ginger sorbet  ไอศกรีมซอร์เบทสับปะรดและขิง  เวลาเสิร์ฟมีลูกเล่นให้เราทำบนโต๊ะเล็กน้อย  พนักงานยกจานนี้มาเสิร์ฟพร้อมแก้วชอทใส่วอดก้า  ซึ่งเราจะจิบวอดก้าเพียว ๆ ก็ได้หรือจะเทผสมลงไปในซอร์เบทก็ได้  กลิ่นหอม สดชื่น อร่อย เข้ากันดีระหว่างสับปะรดและขิง

จากเทือกเขาหิมาลัย  เราจะไปต่อที่ประเทศจีน

China อาหารจีนมีจานปลา ติ่มซำ และข้าวสวย

Steamed seabass & bok choy, soy & ginger  เนื้อปลากระพงนึ่งราดซีอิ๊ว  จานนี้ทำได้ดีมาก  ปลาสุกกำลังดี ซอสที่ราดมาก็เข้มข้น จานนี้อร่อยมาก

Lobster dim sum  ขนมจีบไส้กุ้งล็อบสเตอร์ เนื้อกุ้งมาทั้งชิ้นแบบไม่ได้ผสมเนื้อหมูหรือกุ้งอย่างอื่นใด ๆ

จากประเทศจีน Le Petit Chef พาเราย้อนกลับมาที่ประเทศฝรั่งเศส

Dessert (French)

ในส่วนขนมหวานจะพิเศษกว่าอันอื่นตรงเชฟตัวจิ๋วมาใส่ส่วนผสมต่าง ๆ บนโต๊ะ โดยผสมผสานวัตถุดิบจากแต่ละประเทศ ทั้งแถว Arabia, อินเดีย, และจีน  สุดท้ายออกมาเป็นขนมหวานสไตล์ฝรั่งเศส

Crème Brûlée, saffron & cardamom Ispahan sorbet  ขนมหวานมี 2 อย่างคือ แครมบรูเลใส่ saffron หรือหญ้าฝรั่น จานนี้เชฟทำได้ดีมาก เนื้อเนียน นุ่ม และเข้ากันกับแซฟฟรอนได้เป็นอย่างดี อร่อย ๆ

Cardamom Ispahan sorbet ซอร์เบทกุหลาบ ลิ้นจี่ใส่คาร์ดามอม  สดชื่นมาก กินคู่กับ Crème Brûlée ก็เข้ากัน

คลิปวีดีโอประสบการณ์สุดพิเศษ บุ๊งเก็บภาพบางส่วนมาฝากค่ะ บอกได้เลยว่าน่ารักมาก โดยเฉพาะตอนทำขนมหวาน แนะนำว่าไปดูของจริง ประสบการณ์จริงได้ที่ Embassy Room, Park Hyatt Bangkok ค่ะ

Le Petit Chef by Dinnertime Stories x Embassy Room มีจัดเพียง 4 เดือน ถึงแค่วันที่ 31 ก.ค. 2562 เท่านั้น  จองโต๊ะ https://lepetitchef.asia/park-hyatt-bangkok

#lepetitchefbkk #embassyroom

Until next time…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *