สวัสดีค่าาา วันนี้บุ๊งมาชวนไปตะลุยกินกัน  วันเดียวจัด 5 ร้านรวดเลย

อาคาร Fifty Fifth Thonglor อยู่ในซอยทองหล่อ หรือ สุขุมวิท 55

ในตึกนี้มีร้านอาหารอยู่หลายร้าน  นอกจากนี้ยังมีโรงเรียนสอนพิเศษ

Gym หรือ fitness สำหรับออกกำลังกาย ร้านขายของสุขภาพอย่าง Lemon Farm

และร้านขายสินค้าโครงการหลวง ดอยคำ

Fifty Fifth Thonglor

90 Thonglor 2, Sukhumvit 55,

Wattana, Bangkok Thailand

Tel. 0-2381-0712-9

http://www.55thonglor.com/home.php

 

คลิปที่ 1:  ร้าน See Fah @Fifty Fifth THONGLOR

คลิปที่ 2: ร้าน Osaka Ohsho @Fifty Fifth THONGLOR

คลิปที่ 3: ร้านอาหารเกาหลี Kiani @Fifty Fifth THONGLOR



คลิปที่ 4: ร้านอาหารอิตาเลียน Beccofino @Fifty Fifth THONGLOR

คลิปที่ 5: ร้าน Tori Tori @Fifty Fifth THONGLOR

อาคาร Fifty Fifth Thonglor มีที่จอดรถพร้อม เลี้ยวเข้าไปจอดด้านในได้เลยค่ะ

ร้านอาหารร้านแรกที่บุ๊งจะมารีวิววันนี้คือ ร้านอาหาร สีฟ้า (See Fah)

ร้านอาหารไทยเก่าแก่ที่พอพูดถึงชื่อ ทุกคนก็รู้จัก

โดยเฉพาะคอนเซ็ปต์ที่ว่า “อย่าลืม..สีฟ้า..เวลาหิว”

คราวนี้เอาเมนูเด็ด ๆ ที่เป็น signature ของร้าน See Fah มาให้ชมกัน

เกี๊ยวกรอบ

แผ่นเกี๊ยวของสีฟ้ามีความพิเศษ  เพราะว่าผลิตเอง เป็นสูตรของสีฟ้าเอง

แป้งเกี๊ยวกรอบแบบละลายในปากเลยอะ บุ๊งชอบมากกกก

ขนมจีบปั้นสด

ด้านในเป็นไส้กุ้งใส่หน่อไม้และต้นหอม เป็นสูตรเก่าดั้งเดิม

เป็ดย่าง หมูแดง

เสิร์ฟมาในจานเดียวกันแบบนี้  ได้กินหลายอย่างดี

ปอเปี๊ยะสดเป็ดย่าง

ปอเปี๊ยะสดสไตล์จีน ด้านในเป็นไส้เป็ดย่าง มีกุนเชียง ไข่เจียวหั่นเป็นเส้น

ราดด้วยน้ำราดปอเปี๊ยะสด

ข้าวหน้าไก่ราชวงศ์ไข่ดาว

เมนูดั้งเดิมที่มีชื่อเสียงของร้านสีฟ้า  ข้าวราดด้วยน้ำหน้าไก่ เสิร์ฟพร้อมกุนเชียง

โปะด้วยไข่ดาว

หมูสะเต๊ะสูตรต้นตำหรับ

เนื้อหมูส่วนสันนอกหมักกับเครื่องปรุงนำไปย่าง  เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มสูตรของสีฟ้า

บะหมี่อัศวินสีฟ้า

บะหมี่แห้งที่ใส่เครื่องทั้งหมด 9 อย่างได้แก่ เซี่ยงจี๊ กุ้ง หมูแดง ลูกชิ้นปลา ลูกชิ้นกุ้ง

ฮื่อก้วย เนื้อไก่ และ ก้ามปู

ข้าวไข่ข้นกุ้ง

ไข่ข้นเยิ้ม ๆ ที่เป็นเมนูผสมผสานไข่เจียวของไทย กับ Omelette ของฝรั่ง

โรยด้วยกุ้งสด กินกับพริกน้ำปลา อร่อยดี

ผัดไทยกุ้งสด

จานนี้ทางร้านบอกมาว่า ไม่ต้องปรุงแล้ว เพราะเค้าปรุงมาให้แบบครบรส

มีทั้งหวาน เปรี้ยว เค็ม

ก๋วยเตี๋ยวราดหน้าปลากระพง

เส้นใหญ่ราดหน้า ปลากระพงหั่นเป็นชิ้นนำไปทอดให้กรอบนอกนิด ๆ

เพื่อให้เนื้อปลายังคงเป็นชิ้น  เสิร์ฟมาในหม้อดินแบบเดือด

เพราะงั้นจานนี้ร้อนมากกกก  เวลากินต้องเป่าก่อน อิอิ

อีหมี่

เส้นอีหมี่ที่คล้ายเส้นบะหมี่แต่จะเส้นใหญ่กว่า นำไปผัดในกระทะจนหอม

แล้วนำมาใส่น้ำซุปอบในหม้อดิน เพื่อให้เส้นอีหมี่อมน้ำซุปไว้

ด้านบนเป็นเนื้อไก่ฉีกและแฮมเส้น

คัสตาร์ด

หอมกลิ่นคาราเมลที่ติดขมนิดนึง ใช้ได้เลยค่ะ

ข้าวเหนียวมะม่วง

ข้าวเหนียวมูนราดด้วยกะทิข้น ๆ เสิร์ฟพร้อมมะม่วงน้ำดอกไม้

ข้าวเหนียวทุเรียน

ที่ร้านสีฟ้าจะมีเมนูนี้ให้กินตลอดทั้งปี  มีความสามารถในการเก็บทุเรียนได้ตลอดปี

คือดีงามสำหรับคนชอบกินเมนูนี้มาก ๆ ไม่ต้องรอตามฤดูกาล

ไอศกรีมโฮมเมด

ทางสีฟ้าทำไอศกรีมเองค่ะ ในรูปมีรสกะทิ วนิลา และทุเรียน

ส่วนถ้วยนี้เป็นโยเกิร์ตมะม่วง

ร้านที่ 2:  Osaka Ohsho

ร้านโอซาก้า โอโช ได้ชื่อว่าเป็นราชาของเกี๊ยวซ่าแห่งโอซาก้า

ร้านนี้ขายเกี๊ยวซ่าปั้นสด  เราจะเห็นเชฟมายืนปั้นให้ดู พร้อมดูกระบวนวิธีการทำได้เลย

เพราะเป็นครัวแบบเปิด  มีเครื่องสำหรับอบเกี๊ยวซ่าให้สุกโดยเฉพาะด้วย



การตกแต่งภายในเป็นร้านสไตล์ญี่ปุ่นมาก ๆ คือเข้าประตูปุ๊ก

มีตู้ชั้นวางหนังสือการ์ตูนไว้ให้ลูกค้าหยิบไปอ่าน (แล้วเอามาคืนที่เดิมด้วยนะคะ)



ใครอยากดื่มเบียร์ญี่ปุ่น มาที่นี่ได้ค่ะ กระป๋องนี้ 180 B

โทมาโทต้มยำราเมง (240 B)

ราเมงซอสมะเขือเทศปรุงรสเป็นต้มยำ มีความเปรี้ยวนำ ใส่พริกขี้หนูสด

จานนี้เปรี้ยวจี๊ดมาก เพราะมีมะเขือเทศเข้มข้น + มะนาวจากการปรุงรสต้มยำ



เกี๊ยวซ่าโอโคโนมิยากิ (160 B)

เกี๊ยวซ่าจัดมาเสิร์ฟแบบโอโคโนมิยากิหรือพิซซ่าญี่ปุ่น

ราดด้วยซอสแบบเดียวกับพิซซาเลย  จานนี้แปลก แต่อร่อยดี

มาโบเท็นชินฮัง (200 B)

จานนี้บุ๊งชอบมากเลย  ด้านล่างเป็นข้าวสวยญี่ปุ่นร้อน ๆ

โปะด้วยไข่เจียวสไตล์ญี่ปุ่น มีความฟูมากกกก เนื้อนุ่ม ฟูเบาอะค่ะ

ราดด้วยน้ำมาโบโทฟู  เป็นเต้าหู้ญี่ปุ่นในซอสมาโบ อันนี้ชอบมาก อิอิ

แอบไปดูเชฟทำเกี๊ยวซ่ากัน  ห่อได้เรียบร้อย เรียงราย สวยงามมาก

เกี๊ยวซ่า 30 ชิ้น (400 B)

ไส้เกี๊ยวซ่าหอม มีความฉ่ำ แป้งเกี๊ยวไม่แข็ง กินแล้วอร่อยมากเลยค่ะ

เวลากัดตรงที่โดนนาบกระทะ จะกรอบหน่อย ๆ



จานนี้เค้าเสิร์ฟกับซอส 6 แบบ ได้แก่

ผักชีมายองเนส, น้ำจิ้มซีฟู๊ด, วาซาบิมายองเนส, ซอสพริกยูรินจิ, ซอสพริกหวาน, มายองเนส

ส่วนตัวชอบจิ้มแบบดั้งเดิม กับมายองเนส อิอิ

เกี๊ยวซ่ามันบดทอด 3 ชิ้น (60 B)

ด้านในเป็นไส้มันบดหวาน ห่อแป้งเกี๊ยวซ่าทอดกรอบ ราดด้วยน้ำผึ้ง

กรอบ อร่อยดีอะ ไม่เคยกินแบบนี้เลย

เกี๊ยวซ่ากล้วยหอมทอด 3 ชิ้น (60 B)

ไส้กล้วยหอมทอด ราดด้วยซอสช็อคโกแลต

เกี๊ยวซ่าถั่วแดงทอด (60 B)

อันนี้ไส้ถั่วแดงบด  อร่อยด้วยความที่เปลือกเกี๊ยวซ่า บางกรอบ

ร้านที่ 3:  Kiani

ร้านอาหารเกาหลี คีอานิ ตกแต่งร้านสไตล์เกาหลีเลยค่ะ

บนโต๊ะมีน้ำเย็นเสิร์ฟแบบเวลาเราไปกินที่ประเทศเกาหลี  เมนูเด็ดของที่นี่คือ “คงบูล”

ซึ่งเดี๋ยวเรามาดูกันว่าเป็นยังไง

กิมจิมี 5 อย่าง เติมได้ตลอด

บุ๊งชอบอันที่ 2 แถวบน

ซุปกิมจิ (189 B)

กิมจิสไตล์คนเกาหลีทำเอง  เข้มข้น เปรี้ยวนำได้ใจ

เสิร์ฟมาในชามร้อน เดือดปุด ๆ  ถ้าสั่งเมนูนี้จะได้ข้าว 1 ถ้วย

Cheese Tteok-Bbok-Ki (239 B)

ต๊อกป๊อกกีราดด้วยซอสสีแดงออกหวานนำ

โรยด้วยชีสสสสสสสส

Ja Jang Myeon (189 B)

จาจังเหมี่ยน บะหมี่เกาหลีซอสสีดำ รสหวาน เค็ม

จานนี้บุ๊งเอาไว้กินแก้เผ็ด 5555

Pork Bibimbab (239 B)

บิบิมบับหมู  ปกติเมนูนี้มักจะเป็นเนื้อวัว  แต่คนไทยหลายคนไม่กินเนื้อวัว

ก็เลยมีทำเมนูเนื้อหมูมารองรับ  เวลาเสิร์ฟพนักงานจะมาผัดให้โต๊ะ

Special Kong-Bul (590 B)

มาแล้วค่ะ  สเปเชียลคงบูล  เมนูยอดฮิตของทางร้าน

ตรงกลางเป็นหมูผัดกับซอสออกหวานนิด เผ็ดหน่อย โรยด้วยชีส

ร่องด้านข้างเป็นชีสสสสสสส  ที่เวลากินเราก็คีบเอาเนื้อหมูไปจุ่มชีส แล้วห่อด้วยผักสด

หรือถ้าใครกลัวเลี่ยนก็มีซุปกิมจิเปรี้ยว ๆ มาให้กินสลับกันไป

จานนี้บุ๊งชอบมาก

ชีสยืดได้ใจสุด ๆ

หลังมื้ออาหารมีเสิร์ฟน้ำข้าว (ฟรี) มาแบบเย็น คือสดชื่นดี

ไม่หวานมากนักด้วย

อันนี้ไอศกรีมเกาหลีนำเข้า รสกาแฟ

ชอบอันนี้มากกว่า ไอศกรีมเมลอน อร่อย เนื้อเนียน

เวลากดลงไปไม่เป็นน้ำแข็ง  แต่เป็นเนื้อไอศกรีมเนียน ๆ เลย

ร้านที่ 4:  Beccofino

ร้านอาหารอิตาเลียน Beccofino โดยเชฟ Angelo เสิร์ฟอาหารอิตาเลียนแบบดั้งเดิม

เชฟมีครีเอทเมนูใหม่ ๆ เสมอ ที่ร้านนี้มีขายไวน์พรีเมียมไว้ทานคู่กันด้วยค่ะ

ขนมปังร้อน ๆ เสิร์ฟที่โต๊ะ

House White Wine (190 B)

อิอิ แอบสั่งไวน์ขาวมาดื่ม

Sausage Salad (390 B)

สลัดไส้กรอกอิตาเลียน  โดยเชฟวางไส้กรอกอิตาเลียนสลับกับมันฝรั่งย่างอุ่น ๆ

ด้านบนเป็นสลัดผักสด ใช้น้ำสลัดใสเพื่อความสดชื่น และใส่ชีสพาร์มีซานฝานเป็นแผ่น

หอมดี เค็ม ๆ มัน ๆ (ชีส)

Fettuccini Chanterelle Mushroom (480 B)

พาสต้าเส้นเฟตตูชินีผัดกับซอสเห็ด chanterelle มีกลิ่นหอมของเห็ด

น้ำซอสออกแนวเกรวี

Burrata Cheese Pizza (390 B)

พิซซ่าหน้าชีสเบอราต้า คือชอบอันนี้มากกกกก

เชฟทำแป้งพิซซาได้บาง หอม ด้านบนเป็นชีสเบอราต้า ประมาณมอสซาเรลลาชีสสด

มีมะเขือเทศเชอรี่และผักร็อคเก็ต

Fillet of Snow Fish (680 B)

สเต็คปลาหิมะชิ้นหนา  เชฟปรุงมาสุกกำลังดีเลย  เนื้อด้านในไม่แห้ง

ราดด้วยซอสไวน์แดง เสิร์ฟคู่กับหน่อไม้ฝรั่งที่ห่อด้วย zuccini

Wagyu Striploin 200 g (1,200 B)

เนื้อวากิวส่วนสตริปลอยด์ ย่างให้สุกแบบ medium rare  นี่คือสุกกำลังดีมาก ๆ

ราดด้วยซอสไวน์แดง

 ร้านที่ 5:  Tori Tori

ร้านโทริ​ โทริ เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์ Izakaya (อิซากายะ) เป็นบาร์สไตล์ญี่ปุ่น

ขายไก่ทอด และอาหารทานเล่น กับแกล้มไว้กินกับเบียร์ หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ที่นี่มีเบียร์สดที่เสิร์ฟจาก Tap Extra Cold ที่มีความเย็นถึง -2 องศา ทำให้เบียร์เย็นเจี๊ยบบบ

สลัดอะโวคาโด้ (210 B)

สลัดผักสด ด้านบนเป็นแซลมอนซาชิมิสไลซ์เป็นแผ่น สลับกับอะโวคาโด

น้ำสลัดเป็นแบบใสสไตล์ญี่ปุ่น โรยด้วยไข่กุ้งกรุบ ๆ

จานนี้สดชื่นดีงามมาก บุ๊งชอบ



เฟรนช์ฟรายส์ (120 B)

ที่นี่ทำเฟรนช์ฟรายส์ได้แปลกกว่าที่อื่น  เป็นมันฝรั่งทำเป็นเส้นคลุกเกล็ดขนมปังทอดกรอบ

เสิร์ฟพร้อมมายองเนสและซอสมะเขือเทศ  จานนี้หยิบเพลินมา มีสั่งเบิ้ล

นี่ไง มีเบิ้ลจริง ๆ นะ

เบียร์ฮิตาชิโน่ (199 B)

เบียร์สดเย็น ๆ

เหล้าบ๊วยโชย่า (199 B)

ชุดยากิโทริย่างเกลือ (199 B)

จานนี้มีหอมญี่ปุ่น เห็ดชิตาเกะ หนังไก่ หัวใจไก่ ตับไก่ กึ๋น เนื้อไก่ และหางไก่

เป็นแบบย่างเกลือ

มีสั่งแบบย่างซีอิ๊วมากินด้วย บุ๊งชอบแบบนี้มากกว่า

ไก่ซ่า (190 B)

ปีกไก่สอดไส้เนื้อหมูปรุงรส

ปีกไก่ โทริ โทริ (111 B)

สำหรับเมนูนี้  ไปดูได้ในคลิปนะคะ  เป็นปีกไก่ทอดปรุงรสเค็ม ๆ มัน ๆ

แทะเพลินเลยแหละ

นอกจากร้านอาหารต่าง ๆ ที่รีวิวด้านบน  ภายในอาคาร Fifty Fifth Thonglor

มีร้านค้าขายของโครงการหลวงดอยคำ และ ร้านขายสินค้าเพื่อสุขภาพอย่าง Lemon Farm ด้วยค่ะ

ขอบคุณที่ติดตามค่ะ

Leave a Reply

Your email address will not be published.