อาหารอินเดียเป็นหนึ่งในอาหารที่บุ๊งชอบกินมาก แต่มักไม่ค่อยมีโอกาสได้ไปสักเท่าไหร่

โดยทั่วไปคนมักจะรู้จักอาหารอินเดียคือ โรตี ไก่ทันดูร์ และแกงอินเดีย

จริง ๆ  แล้ว อาหารอินเดียมีอะไรให้เรากินมากกว่านั้น

วันนี้บุ๊งจะพาไปชิมกันที่ร้านอาหารอินเดีย Indus Bangkok ค่ะ

 

 

Indus Bangkok

71, Sukhumvit Soi 26,

Klongtoey, Bangkok 10110

Tel. 0-2258-4900, 086-339-8582

Opening hours:  11.30 am – 2.30 pm

6 pm – midnight

ภายในร้านตกแต่งแบบสมัยใหม่ ดูหรูหราเป็นแบบ fine dining

มีที่นั่งทั้งแบบในห้องแอร์และแบบในสวน  มาช่วงเย็นจะได้บรรยากาศพระอาทิตย์ตกดิน

เมื่อมาถึงที่โต๊ะ สั่งอาหารเรียบร้อย  พนักงานจะเสิร์ฟปาปาดัม

แผ่นแป้งกรอบ รสออกเค็ม เผ็ดนิด ๆ มาให้ทานเล่นคู่กับเครื่องเคียง 4 แบบ

เครื่องดื่มสไตล์อินเดีย ขาดไม่ได้คือ Lassi (140 B)

ที่ร้านอินดัสมีลาซซี่หลายรสเลยค่ะ

เรียงจากซ้ายไปขวา

คาราเมล – น้ำผึ้ง – ซินนามอน – มะม่วง – มินท์ – หวาน – เค็ม

Lassi คือเครื่องดื่มผสมโยเกิร์ต รสออกเปรี้ยวนิด หวานหน่อย

บุ๊งได้ชิมรสคาราเมล มีกลิ่นหอมของไซรัปคาราเมล

รสน้ำผึ้ง  จะคล้ายน้ำผึ้งมะนาว เพียงแต่รสเปรี้ยวมาจากโยเกิร์ต

ส่วนมะม่วงจะหวานกว่า 2 แก้วแรกเพราะมีส่วนผสมของมะม่วงสุกอยู่ด้วย

ที่นี่มีเบียร์นอกหลายยี่ห้อเลยค่ะ ที่บุ๊งสั่งมามี Hazelnut Brown (280 B)

Paulaner (220 B)

Lady Lying on Lemongrass (300 B)

ค็อกเทล signature ของอินดัส  รสไม่หวานมาก  ออกเปรี้ยวนำ

Amuse-bouche อาหารเรียกน้ำย่อย แต่เรียกว่าเป็นอาหารล้างปากเตรียมสำหรับมื้อหนักจะดีกว่าค่ะ

อันนี้เป็นกล้วยฝานบางนำไปทอด ด้านบนคือมะม่วงสุก  รสออกหวานนำ

ปกติ Amuse-bouche จะเปลี่ยนไปเรื่อยแล้วแต่วันนั้นเชฟจะทำเมนูอะไรมาเสิร์ฟ

แต่จะมีเฉพาะในเมนูแบบ 6 คอร์สเท่านั้น  แต่วันนี้เชฟใจดีทำมาให้ชิมค่ะ

เรามาดูกันเลยค่ะว่าคราวนี้บุ๊งกินอาหารอินเดียเมนูไหนบ้าง

Tandoori Creamy Broccoli (320 B)

บร็อคโคลี่แบบหัวใหญ่ ผ่าครึ่ง (หรือสี่) แล้วแต่ความใหญ่ของบร๊อคโคลี่

นำมาหมักในครีมและเครื่องเทศ  จากนั้นนำไปย่างในเตาทันดูร์ให้มีกลิ่นหอม

บร็อคโคลี่นิ่มมากกกก หอมครีมและกลิ่นย่าง ทานง่ายค่ะ เด็ก ๆ ก็ทานได้

Indus Kebab-e-malai (380 B)

เนื้ออกไก่นำไปหมักกับโยเกิร์ต ครีม ชีส และเครื่องเทศ  แล้วค่อยนำไปย่าง

จานนี้อ๊อตโต้และโอเว่นชอบ เพราะไม่เผ็ดและเนื้อไก่หมักนุ่ม

รสไม่หนักมาก เด็ก ๆ เลยกินง่าย

Tandoori Tiger Prawn (250 B/pc)

กุ้งกุลาดำตัวใหญ่นำไปหมักกับเมล็ดมัสตาร์ด ผักฟินูกรีก และน้ำมะนาว นำไปย่าง

รสชาติเครื่องเทศเข้าไปในเนื้อกุ้ง  รสเข้มข้นเค็มนำ เผ็ดหน่อย แต่ถือว่าไม่มากสำหรับคนไทย

Indus Nawabi Raan (990 B)

ขาแกะนำไปหมัก 7 ชั่วโมงและย่างไฟอ่อน  เนื้อแกะนุ่มแบบสามารถใช้ส้อมเขี่ยออกมาได้เลย

ไม่ต้องใช้มีดช่วย  จานนี้มีกลิ่นเครื่องเทศบาง ๆ และไม่มีกลิ่นสาบของแกะแม้แต่น้อย

มีสองขนาดค่ะ  ขนาดเล็ก 990 baht  ขนาดใหญ่ 1,690 baht

Laal Maas (550 B)

แกงเนื้อแพะ รสชาติเผ็ด เข้มข้น มีครบรสเผ็ด เค็ม หวานนิด

เนื้อแพะนุ่ม ไม่มีกลิ่นสาบเลย  กินกับนาน อร่อยเลยค่ะ

Palak Paneer (340 B)

ผักโขมบด ปรุงสุกจนนิ่ม ในถ้วยนี้มี cottage cheese ที่ทางร้านทำเอง

รสชาติออกไปทาง mild ไม่เผ็ด  เหมือนผักตุ๋นนิ่ม ๆ แต่มีกลิ่นเครื่องเทศ

บุ๊งชอบถ้วยนี้นะคะ  แต่เพื่อนบางคนไม่กินผัก ก็จะกินจานนี้ไม่ค่อยเป็น อิอิ

Daal Makhani (240 B)

แกงถั่วสไตล์อินเดีย  เมนูนี้เป็นเมนูที่บุ๊งมักจะสั่งทุกครั้งที่ไปกินอาหารอินเดีย

เพราะชอบเป็นการส่วนตัว และเปรียบเทียบระหว่างหลาย ๆ ร้านด้วยค่ะ

เมนูนี้ใช้ถั่วดำเป็นส่วนผสมหลัก นำไปต้มจนนิ่ม ใส่เนยและครีม ทำให้แกงมีความข้น หอม มัน

มีหลายร้านที่บุ๊งเคยไปกินแล้วทำออกมาจืดบ้าง แกงใส ไม่เข้มข้นบ้าง

ของร้าน Indus บุ๊งชอบ แต่มีแอบเติมเกลือไปหน่อยแค่นั้น

Butter Chicken (380 B)

แกงใส่เนื้อไก่รมควัน  เคี่ยวในน้ำเกรวี่มะเขือเทศ จากนั้นใส่เนยและครีม

รสชาติออกหวาน เปรี้ยวนิด ๆ จากมะเขือเทศ และหอมมันครีม

มีรสเผ็ดนิดดดดดเดียว

Hyderabadi Murgh Dum Biryani (390 B)

ข้าวหมกไก่แบบอินดัส  ใช้ข้าวหอมบาสมาติอบพร้อมเนื้อไก่

และเครื่องเทศเป็นเวลา 4 ชั่วโมง  เมล็ดบาสมาติจะยาวกว่าข้าวไทย ออกแนวนิ่ม

หอมเครื่องเทศอินเดีย ใส่ saffron และหอมเจียวด้านบน

แป้งนาน โรตี และ paratha ที่ใช้กินกับแกงอินเดีย

ที่นี่มีให้เลือกหลายแบบนะคะ ทั้ง plain, butter, garlic, cheese, truffle naan

นอกจากนี้ก็มีโรตีแป้งโฮลวีตและ paratha โฮลวีท

Cheese Naan (160 B)

แป้งนานไส้มอสซาเรลล่าชีส  อันนี้เด็ด อ๊อตโต้กับโอเว่นชอบมากกกกก

กินกันใหญ่เด็กสองคน  บุ๊งก็แอบไปจิ๊กมาชิมบ้าง ปรากฏว่า อร่อย เลยสั่งมาเพิ่มค่ะ

Chicken Tikka (340 B)

เนื้อไก่นำไปหมักโยเกิร์ต ยี่หร่า หมักข้ามคืนแล้วนำไปย่างในเตาทันดูร์

จานนี้จะหอมเครื่องเทศมากกว่า รสจัดและเผ็ดกว่า แบบ Indus Kebab-e-malai

หลังจากทานอาหารคาวจบครบทุกเมนู  พนักงานจะนำน้ำมาให้ล้างมือ (อย่าดื่มนะค้าาา)

ขนมหวานปิดท้ายมื้อ  ทางเชฟจัดมาแบบนี้ เป็นอย่างละนิดละหน่อย

ถ้วยซ้ายมือเป็น Gil-E-Firdaus  หรือพุดดิ้งน้ำเต้า ที่เป็นผักเนี่ยล่ะค่ะ เอามาทำขนมหวาน

แต่ถ้วยนี้ไม่หวานมากเท่าไหร่ พอกินโดนน้ำเต้า คำแรกก็ว่าแปลกดี แต่กินไป กินมา

มันก็เข้ากันดีนะ

ชิ้นกลางคือ Kalakanda Cheese Cake อันนี้บุ๊งชอบ เป็นขนมหวานที่หวานดี อิอิ

Kalakanda คือเค้กแบบอินเดีย ที่ทางเชฟนำมาปรับใส่ชีสลงไป ทำให้กลายเป็นชีสเค้ก

เนื้อเค้กออกแน่นแต่เบา มีกลิ่นนมชัดเจน เพราะทำจากนมข้นหวานค่ะ

ขวามือสุดคือ Beetroot Halwa ทำจากบีทรูท อันนี้หวานแต่ไม่เลี่ยนเพราะไม่มีนมเป็นส่วนผสม

สำหรับร้านอินดัส เป็นร้านที่มีบรรยากาศน่านั่ง เหมาะสำหรับมาทานอาหารแบบติดต่อธุรกิจ

พาแขกต่างประเทศมากินก็เหมาะ  หรือจะมากับครอบครัว เพื่อน คู่รักก็ได้ค่ะ

ขอบคุณที่ติดตามค่ะ

Leave a Reply

Your email address will not be published.