เช้าวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2560 Close To Heaven Blog น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย พวกเรา 3 ชีวิต ได้แก่ บุ๊ง อ๊อตโต้ และ โอเว่น ตื่นแต่เช้า แต่งตัวให้ถูกระเบียบและเดินทางไปถวายดอกไม้จันทน์ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า  เพราะอยากมีโอกาสได้เห็นและใกล้ชิดกับพระเมรุมาศจำลองที่ได้ชื่อว่า มีความใกล้เคียงเหมือนพระเมรุมาศที่สุด  ออกจากบ้านเรียก Uber ไปส่งบริเวณเขาดิน  เพราะตรงนั้นคือท้ายแถว  กระโดดลงจากรถปุ๊บรีบไปต่อแถวทันที เวลานั้นประมาณ 8.30 am หน้าตาสดใสกันทุกคน

 

Close To Heaven Blog น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย

 

คิวยาวขึ้นอย่างรวดเร็ว  ไปแบบไกลมากกกกก

 

 

 

 

 

 

ระหว่างทางมีจิตอาสา คอยบริการน้ำดื่ม ยาดม ยาหม่อง พัด ขนม และ อาหารตลอดเวลา

 

รถจาก Jesada Technik Museum จากจังหวัดนครปฐม มาร่วมด้วยช่วยกันรับส่งจิตอาสา

 

 

ผ่านไปประมาณ 1 ชม  เพิ่งเดินมาถึงแยกตัดกับ ถ.พระราม 5  มองดูแถวอีกยาวไกลนัก

 

 

ความผิดพลาดของบุ๊งคือลืมเอาร่มมาให้เด็ก ๆ  ด้วยความที่โอเว่นเป็นเด็กเหงื่อออกง่าย แป๊บเดียวก็เปียกโชกไปด้วยเหงื่อทั้งตัว  แต่โชคดีมีคุณป้าใจดีให้ยืมร่ม  ขอบคุณมาก ๆ นะคะ

ดูหยดเหงื่อติดอยู่ที่ปลายผม

 

 

คุณป้าใจดี

ประมาณเกือบ 10 am มีคนเดินมาแจกอาหาร  โอเว่นกับอ๊อตโต้รับมาคนละอย่าง  เว่นได้ข้าวไข่เจียวกับไส้กรอก ส่วนโต้กินข้าวหมูสับผัดกระเทียม  นอกจากอาหารที่สองหนุ่มกินก็ยังมีทั้งกะเพรา ผัดซีอิ๊ว และ อาหารเจแจกฟรี

 

 

 

 

มีจิตอาสาคอยรับขยะตลอดเวลา

ข้าวเหนียวไก่แดดเดียว จัดเป็นห่อไว้พร้อมส้อมพลาสติก ลูกอม และกระดาษเช็ดมือ อันนี้น่ารักมาก คือจัดไว้พร้อมเลย  Otto & Owen รับมาคนละห่อ พี่โต้เก็บใส่กระเป๋าไว้กินทีหลัง ส่วนเว่นกินเลยแล้วบอกว่าอร่อยมาก อยากกินอีก 5555

 

ผ่านไป 4 ชั่วโมงกว่า แถวเดินขึ้นมาถึงจุดคัดกรองวัดเบญฯ  ตรงจุดนี้ต้องเตรียมบัตรประชาชนไว้ให้พร้อม  เป็นครั้งแรกที่โอเว่นจะได้ใช้บัตรประชาชนของตัวเองที่เพิ่งไปทำมาหมาด ๆ หลังครบ 7 ขวบ  ตรงจุดนี้มีเจ้าหน้าที่มาถามว่าหากใครไม่อยากต่อคิวนาน สามารถไปวางดอกไม้จันทน์ที่วัดเบญฯ ได้ คิวสั้นและใช้เวลาน้อยกว่ามาก  แต่ไม่มีใครออกจากแถวเลย ทุกคนมุ่งตรงไปยังลานพระบรมรูปทรงม้า

 

มาเจอคุณป้าใจดีอีกครั้งเลยขอถ่ายรูปด้วยซะเลย

 

 

 

 

ประมาณ 3 pm เด็ก ๆ ก็เริ่มหิวอีกครั้ง คราวนี้ได้กินข้าวไก่กระเทียม ที่โอเว่นขอเบิ้ล 2 กล่อง

 

 

 

ช่วงเดียวกัน แถวไม่ขยับเลยแม้แต่น้อย เป็นอะไรที่แปลกมาก  สุดท้ายมีคนมาประกาศว่าจะมีขบวนเสด็จ ให้ทุกคนนั่งให้เรียบร้อย  เลยเป็นโอกาสครั้งหนึ่งในชีวิตของบุ๊ง อ๊อตโต้และโอเว่น ที่ได้รับเสด็จ

 

 

ช่วงประมาณ 4 pm ฝนตกหนักแรงมากกกกกกกกกกก  ฝนเม็ดใหญ่  ทั้งลมและฝนแรงแบบร่มเอาไม่อยู่  บุ๊งให้ลูกชายสองคนอยู่ในร่ม ส่วนตัวเองออกมานอกร่ม ไม่งั้นลูกเปียกหมดแน่ ๆ  แต่อ๊อตโต้ก็ไม่ยอม เรียกให้เข้าไปอยู่ในร่มตลอดเวลา น้ำตาจิไหล

 

 

 

ฝนตกหนักมากจริง ๆ จนคนที่อยู่บริเวณนั้นเรียกให้บุ๊งพาลูกกลับบ้าน ไม่งั้นลูกชายไม่สบายแน่ ๆ บุ๊งตัดสินใจอยู่นาน อุตส่าห์รอมาทั้งวัน แต่เห็นลูกสองคนแล้วสงสาร เลยเดินออกมาหวังจะหารถกลับ  แต่ตรงนั้นห้ามรถเข้าอยู่แล้ว  สุดท้ายเลยเดินฝ่าฝนกันออกมา 3 คนแม่ลูก  มาจนถึงจุดที่มีบริการมอเตอร์ไซค์จิตอาสารับส่งฟรี  ไปยังถนนที่มีรถวิ่งผ่านได้  ขี่กันออกมา 2 คัน  บุ๊งนั่งกับโอเว่น ส่วนพี่โต้ฉายเดี่ยว ซึ่งนี่เป็นครั้งแรกของโอเว่นที่ได้นั่งมอเตอร์ไซค์  แถมฝ่าฝนตกหนักอีกต่างหาก

เมื่อมาถึงจุดที่เรียกรถได้ บุ๊งก็กังวลว่าจะหารถได้มั้ย จะมีคนยอมรับเราขึ้นรถหรือเปล่า เพราะสภาพเปียกโชกทั้งตัวคน กระเป๋า รองเท้าเละตุ้มเป๊ะ  แต่โชคดีมาก  พอลงจากมอเตอร์ไซค์ก็มีแท็กซี่ติดไฟแดงอยู่คันแรกสุด กวักมือเรียกให้พวกเราสามคนขึ้นรถ  มาส่งที่นนทบุรี  มากันแบบเปียก น้ำขังในรองเท้ากันเลย

 

 

 

พอกลับถึงบ้าน  จัดการให้ลูก ๆ อาบน้ำ สระผม เช็ดตัวให้แห้ง  บุ๊งทำอาหารเย็นให้ลูกชายกินเสร็จ ก็หาข้อมูล  ตัดสินใจพาลูกชายทั้งสองคนออกมาถวายดอกไม้จันทน์อีกครั้ง  ในเมื่อตั้งใจแล้วก็ต้องทำให้ได้และสำเร็จ  คราวนี้ไปที่วัดแคนอก จ.นนทบุรี  เพราะมีแต่คนบอกว่าใช้เวลาไม่นานมากนัก  ถามอ๊อตโต้และโอเว่นว่า ไปด้วยกันมั้ย ไหวมั้ย  คือถ้าไม่ไหวจะพาลูกไปฝากแม่บุ๊งไว้ แต่ทั้งสองคนบอกว่าไปครับ  จะไปด้วย  งั้นแต่งตัวกัน  บุ๊งเองหาชุดแทบพลิกตู้เสื้อผ้า 5555 ในที่สุดก็ได้ชุดที่ถูกระเบียบ  แต่งตัวเสร็จ ขับรถมาจอดที่ ถ.สนามบินน้ำ แล้วนั่งมอเตอร์ไซค์อาสารับส่งฟรีจากปากซอยเข้าไปที่วัด

 

 

พอเข้าไปถึง คนเข้าแถวกันอยู่เยอะพอสมควร  เท่าที่ได้ยินมาคือแต่ละคนหนีมาจากที่อื่นที่คนแน่นและตรึมกันทั้งนั้น  เราสามคนไปต่อแถวใช้เวลาประมาณชั่วโมงกว่า ๆ ก็ได้ขึ้นไปถวายดอกไม้จันทน์

 

 

 

 

ด้านในสวยมาก บุ๊งดีใจที่ได้ทำสำเร็จตามที่ตั้งใจไว้

 

 

 

 

 

ถึงเวลา บุ๊ง Otto & Owen ยืนเรียงหน้ากระดาน 3 คน  ถอนสายบัวและก้มคำนับ  วางดอกไม้จันทน์  และคำนับอีกรอบ  เป็นอันเสร็จพิธี  ที่นี่เป็นวัดเล็ก ๆ ไม่มีของที่ระลึกแจก  บุ๊งกับลูก ๆ ก็เลยไม่มีรูปถือภาพพระบาทสมเด็กพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 แต่พวกเรา 3 คนก็ปลื้มใจที่ในที่สุดก็ได้ถวายบังคมลา และ น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย

 

 

สถิตในดวงใจตราบนิจนิรันดร์
น้อมศิระกราน กราบแทบพระยุคลบาท
ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้
ข้าพระพุทธเจ้า นางสาว กัณฐมณี เชาวนธำรง
เด็กชาย เจตพัฒน์ นุตยกุล
เด็กชาย อธิวัฒน์ นุตยกุล
Until next time…